Meizu M8 Review ภาษาไทย
posted on 26 Feb 2009 10:30 by meizum8Credit คุณ Beer edit some part by Meizum8.exteen.com
Review: Meizu M8หลังจากรอ Meizu M8 มา2 ปีได้
ในที่สุด MeiZu M8 ก็ได้ฤกษ์ออกมาเป็นตัวเป็นๆ แล้วนะครับ
(ออกมาปลาย ธันวาคม 2008 เริ่มเข้าไทย ต้นปี 2009)
ซึ่งทั้งหมดยังเป็นรุ่น test unit (ในhardware ใช้ รหัส 1.000)
Specification Meizu M8
Length: 108mm
Width: 59mm
Thickness: 12mm
Weight: 118 grams with battery
CPU: 667 MHz
Memory: ROM 256MB
Built-in capacity: 8GB/16GB flash
Proximity /Gravity /Ambient light sensors and multi-touch application
3.4 inches wide angle LCD; 480*720 resolution, multi-touch screen
3.2 Mpixels CMOS camera with auto focus
GSM (900, 1800 MHz), GPRS , EDGE(ต้องลงโปรแกรมแงะนิดครับ)
Model: BA1200, 1200mAh, 3.7V, Lithium polymer battery
เป็นโทรศัพท์สีดำ ที่ขนาดบาง และดูแข็งแรงดีครับ
กล่องนั้นจะแถม ผ้าเช็ดหน้าจอมาด้วย
ของแถมมา
มีถ่านขนาด 1200 mAh แบบบาง
สาย Sync (usb 2.0),
หูฟัง EP20, ฟองน้ำหูฟัง
Power Adapter ขนาด 5V/1A port usb
ใส่เข้าเครื่องไปแล้วผาหลังจะแน่นมากลำบากมากครับ trick คือ ใช้ 4 นิ้วดันโดย
นิ้วโป้งจับให้มั่น กด 4 นิ้วลงไปนิดหน่อยจะออกง่ายกว่า
อันนี้ก็ CD Driver และรายชื่อร้านฯ กับใบรับประกันครับ โดย CD Driver ในนั้นให้มาแค่ User's Manual, Active Sync 4.5 แล้วก็ Driver อีกนิดครับ ซึ่ง แทบไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก driver เลยครับ
ซึ่งเมื่อเสียบสาย Sync ที่ตัวเครื่องแล้ว Windows จะถามหาตัว Driver ให้ Search ที่ CD ได้เลยครับ หลังจากนั้นก็สามารถ Sync ได้ตามปกติเหมือนกัน PDA Phone ทั่วๆ ไป ซึ่งถ้าเป็น Vista ต้องไปใช้ window mobile center แทนซึ่งยุ่งยากมาก
คราวนี้มาดูขอแถมที่เหลือกันครับ (สายอาจจะเละไปนิด เพราะแกะออกมาลองครับ)
เปรียบขนาดกับ iPhone
จะเห็นได้ว่า หน้าจอเล็กกว่า แต่ตัวเครื่องก็เล็กกว่า บางกว่านิดเดียวครับ
เปิดหน้าจอมาเทียบกันจะๆ จะเห็นได้ชัดว่า จอสวยกว่าด้วย resolution ที่สูงกว่า
ด้านหลังที่เห็นแผ่นๆ นั่นคือผมแปะแผ่นปิดหน้าจอแล้วนะครับ
(เผอิญมันมีแถมแปะกันข้างหลังด้วย ละเอียดดีครับ) (เครื่องผมมันไม่มีแถมมาให้แฮะ)
Hardware Feb 12 2009
![]() |
Meizu M8 นี้ แรกเริ่มเลยคือจะปิดการทำงานของ WiFi, B/T แล้วก็ EDGE ครับ
(ต้องลงโปรแกรมเปิดครับ ง่ายมาก) และก็ไม่มี GPS นะครับ
แต่สามารถลงโปรแกรมเสริมใช้งานร่วมกับ B/T ได้ครับ
ด้านหน้าของเครื่องก็จะมีแค่หน้าจอ แล้วก็ปุ่ม M ครับ
(ซึ่งปุ่มนี้ออกจะสารพัดประโยชน์ครับ) เช่นกดเปิดเครื่อง(จากกรณี Standby),
กดค้างเพื่อเรียก Task Manager, หรือกดเพื่อปิดโปรแกรมครับ
(ขอไปกล่าวในภาค Software แล้วกันครับ) หลักๆก็คือเป็นปุ่ม home รับสาย วางสายครับ
เมื่อมองจากมุมข้างล่างเครื่อง จะพบแค่ช่อง USB แล้วก็ไมโครโฟนครับ
ด้านบนจะมีแค่ ปุ่ม Power แล้วก็ช่องใส่หูฟัง 3.5" นะครับ ตัวนี้ถ้าจะฟังเพลงต้อง
bluetooh stereo เท่านั้นครับ
ส่วนด้านช้างซ้ายของเครื่องจะมีปุ่มปรับเสียง ขึ้น-ลง แล้วก็รูข้างล่างปุ่มจะเป็น Speaker ครับ (ซึ่งจะเป็น stereo speaker ซ้าย-ขวาครับ เสียงถือว่าดีเลยครับ เวลาเปิดหนัง-เพลง กังวาลมีมิติ ดีมากครับ)
ด้านขวาของเครื่องจะมีปุ่มเดียวครับ คือปุ่ม Play ซึ่งสามารถกดเปิดเพลง หรือหยุดเพลง หรือกด 2 ครั้งเพื่อเลื่อนเพลงได้ครับ ส่วนรู้ข้างล่างก็ stereo speaker ครับ
คราวนี้มาดูกันด้านหลังชัดๆ ครับ
ด้านหลังก็จะมีแค่ กล้องขนาด 3.2 MP แล้วก็ตรา MEIZU ครับ (สติกเกอร์ที่แปะนี้เป็นชุดเดียวกับแผ่นแปะหน้าจอครับ ประมาณว่ามาทั้ง Set เลย หน้าจอ+ฝาแบต+หัวเครื่อง)
ส่วนคุณภาพกล้อง ก็ถือว่า OK ครับ แต่ไม่แน่ใจเมื่อเทียบคุณภาพกับ iPhone แล้วก็ Omnia ครับ (แต่คิดว่า Omnia คุณภาพน่าจะดีที่สุด)
เมื่อเปิดฝาแบตฯ ออกมาจะพบกับแบตฯ ก้อนโตครับ แต่บาง
เมื่อยกแบตฯออกมาจะพบช่องใส่ SIM ครับ
(ไม่ Dual Sim ดูทีวีไม่ได้ เพราะไม่ใช่ มือถือจีนแดงห่วยๆครับ)
และก็ไม่มีช่องเพิ่ม MicroSD นะครับ
ดูกันชัดๆ อีกทีครับ
มาดูแบตฯ กันชัดๆ ครับ
ขนาดความจุ 3V 1200mAh เท่าที่ลองๆ
สามารถใช้ได้นาน และด้วยว่าสายชาจแบบ usb หาง่ายไปที่ไหนก็ชาร์จได้ครับ
Software![]() |
|
Meizu M8 ตัวนี้มีขนาดหน้าจอที่ 3.4" ครับ ความละเอียด 480*720 ครับ
หน้าจอสว่างสดใสดีครับ แต่การทำ review ครั้งนี้ผมย่อขนาดลงครึ่งนึงครับ
จะเหลือ 240*360 นะครับ มาดูที่หน้าจอกันก่อนเลยครับ เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาจะเห็นหน้าจอ
Desktop ซึ่งจะมีทั้งหมด 2 หน้าครับ แถบข้างบน ตรงมุมซ้ายจะแสดงสัญญาณมือถือ
สัญญาณ E/G, WiFi และ B/T ครับ ส่วนตรงกลางจะเป็นนาฬิกา (ตั้งปลุกด้วยครับ)
แล้วก็ Battery ครับ
มาที่กลางหน้าจะเป็น Desktop ซึ่งหน้า Desktop นี้จะสามารถใส่ได้ทั้งหมด
16 icons ครับ โดยสามารถเพิ่มได้สูงสุด 16 หน้าครับ
(หากันอ๊วกแน่ๆๆ ครับ ถ้าทำครบ 16 หน้า 
) เมื่อกดปุ่ม Power
จะเข้าสู่ Standby Mode ซึ่งสามารถกดปุ่ม Power หรือปุ่ม M เพื่อเรียกหน้าจอกลับมาได้ครับ
ซึ่งหน้าตาจะเป็นประมาณนี้ และภาพหน้าจอเมื่อเสียบชาร์จ และ Sync กับ Outlook ตามลำดับ (ที่เห็นคล้ายๆ ดาวเล็กๆ จะเป็นการแสดงว่ามีการชาร์จไฟครับ)
ส่วนการปลดล๊อคหน้าจอ จะไม่เหมือน iPhone นะครับ แต่จะเป็นการลาก icon
ที่มีอยู่ไปยังโซนข้างบน ที่เขียนว่า "Drag to this region to unlock"
(เลือกเอาซักอันว่าจะปลดล๊อคแล้วเปิดหน้าไหนได้เลยครับ ซึ่งในภาพผมจะเลือกปลดล๊อคธรรมดา
- ซึ่งการปลดล๊อคนี้จะรวมไปถึงทุกๆ โปรแกรมเลยครับ
เช่นตอนฟังเพลงแล้วกดปิดหน้าจอ หรือว่าสายเข้าแล้วกดรับสาย)
ส่วนแถบข้างล่างจะเป็นชื่อ Mobile Operator ครับ (ในที่นี่เป็น China Mobile)
เมื่อกดตรงแถบนี้จะสามารถเข้าหน้าการใช้งานโทรศัพท์ครับ (จะเรืองแสงขึ้นมาครับ)
ส่วน เวอชั่นใหม่ ด้านซ้านจะเป็น task swich ด้านขวาจะเป็น พวกเพลงที่เล่นค้าง
มาดูหน้าของการโทรฯ ครับ ซึ่งจะมีทั้งหมด 4 ส่วน คือ History, Contact, Phone
แล้วก็ Setting อันนี้จะเป็นหน้าของการโทรครับ สามารถกดเบอร์ได้เลย
แต่เท่าที่ลองไม่มี Smart Dial นะครับ ซึ่งลำบากสำหรับคนที่ชอบใช้งาน
function นี้นะครับ แถมยัง copy paste มาไม่ได้ด้วย และ กด #123#
เช็คยอดโทรของ true ไม่ได้
ส่วน Tab แรก จะเป็น History ครับ ดูตามภาพได้เลย
ส่วนนี้ทำได้ดีมากเลยทีเดียว Tab ที่ 2 เป็น Contact ซึ่งจะสามารถใช้นิ้วลากได้เลยครับ
หรือจะกดหาจากข้างบนก็ได้ครับ
เราสามารถแตะเลือกเข้าไปเพื่อแก้ไขรายละเอียดใน contact
ได้ครับ ซึ่งสามารถจัด Group แล้วใส่ ringtone ในแต่ละกลุ่มได้หรือแม้แต่ระบุ ringtone
ในแต่ละรายชื่อได้เลยครับ (ตามภาพเลย)
หน้าตาของเครื่องเวลาโทรออกครับ
ถ้าเราใส่รูปไปใน Contact ก็จะแสดงออกมาได้เลยครับ เต็มจอเลยครับ
อัดเสียงสนทนาได้เลย แถมมี shotcut ไปที่ contact
เพื่อทำการพักและโทรซ้อน หรือบอกเบอร์เพื่อน
keyboard ใช้เวลาต่อสาย กดแล้วจะมีเลขขึ้นมา
คราวนี้มากันในส่วนของ Calendar บ้างครับ ซึ่งสามารถสร้าง Event ต่างๆ แล้ว
Sync กับ Outlook ได้เลยครับ (สะดวกดี) ซึ่งรูปแบบจะคล้ายๆ WM นะครับ ใช้งานง่าย
คราวนี้มาในส่วนของ Message นะครับ (Part Email คงไม่ได้ review นะครับ ขออภัย)
เมื่อเปิดเข้ามาก็จะเจอรายการ message ครับ
เมื่อกดเข้าไปก็จะเป็นหน้าตาแบบนี้
ส่วนเมื่อเราต้องการสร้าง message ใหม่ ก็กด new ได้เลยครับ
โดยที่ Keyboard ถือว่าสะดวกดีครับ มี T9(มีแต่จีน+อังกฤษ ยังไม่มีไทย)
ซึ่งตอนนี้สามารถอ่านไทยได้ครับ ต้องขอบคุณคุณ doggold นะครับ
สามารถตามเข้าไปโหลดได้ครับ การทำให้ M8 อ่านไทยได้
ส่วนอันนี้จะเป็น SMS Setting ครับ
คราวนี้มาในส่วนต่อไปครับ คือ Internet ซึ่งจะเป็น
Opera Browser นะครับ (แต่ผมหาไม่เจอนะครับว่าเป็น Version อะไร)
เมื่อเราเอานิ้วแตะที่ Taskbar ข้างบนจะแสดง Address Bar มาให้ครับ
ซึ่งตรงนี้ เลยเสียเปรียบ iphone อยู่มาก
เมื่อเราหมุนเครื่องมาวางแนวนอน ก็จะหมุนหน้าจอตามอัตโนมัติครับ
เมื่อเรากดปุ่ม 1 (ซ้ายมือ) ก็จะมาหน้า History Page ครับ
และถ้ากดปุ่ม 4จุด ข้างมือสุดก็จะเป็นหน้า Setting ครับ เมื่อเข้าไปใน Tab Setting
ก็จะสามารถปรับแต่งได้ระดับนึงครับ
คราวนี้มาดูส่วนของ SETTING นะครับซึ่งจะมีหลักๆ อยู่ 2 หน้าครับ
ปล. รอมฯ ที่มากับเครื่องจะไม่มีส่วนของ WiFi / EDGE (มีแค่ GPRS) / BlueTooth
นะครับ ต้องใช้โปรแกรมเปิดมันครับ ง่ายมาก แค่รันแล้วก็จิ้ม Unlock ก็เสร็จพิธี
คราวนี้มาไล่กันทีละหัวข้อเลย
อันแรกเรื่องของ EDGE / GPRS ครับ สามารถกดปิดได้เลยครับ ไม่มีการ Auto
เปิดเองครับ ผมลองแล้ว ซึ่งสะดวกดีมากๆ
ต่อมาเรื่อง WLAN ครับ เมื่อกดเปิดจะ Auto Search ซึ่งสามารถ Add Wireless Network ได้ครับ
เรื่องของ Bluetooth ก็ครบครันครับ รับส่ง File ได้สบายๆ ไม่มีปัญหา
และเก็บไฟล์ตรงไหนก็ set folder เอาได้ (ปรกติอยู่ใน) recieved files
มาที่เรื่องของการปรับเสียง (Sounds) ครับ
แล้วก็ Brightness ซึ่งสามารถเลือกเปิด Ambient Light Sensor ได้ครับ
คราวนี้เป็นส่วนการปรับค่า Wall Paper ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 อัน คือ หน้า Desktop,
หน้า Lock Screen แล้วก็หน้าพื้นหลังเวลาสายเข้า-ออก (Call Wallpaper)
เมื่อกดเข้าไปแล้วก็จะเป็นรูปแบบเดียวกันครับ คือสามารถเลือกรูปจากในเครื่องมาได้เลย
เมื่อเลือกแล้วก็สามารถลาก-ขยายรูปให้ได้ขนาดที่เราต้องการ แล้วค่อยกด Done ครับ
ส่วนอันนี้มาถึงเรื่อง USB Setting ครับ สามารถเลือกได้ว่าจะให้
Charge ไฟ เมื่อ Sync ไหม รวมถึงเลือก USB Disk Mode แล้วก็ Active Sync Mode ครับ
ซึ่งถ้าเลือก USB Disk ก็จะเจอเป็น Thumb Drive ขึ้นมา โดย Computer
จะเห็นแต่ Folder "Disk" ครับ (เครื่อง M8 ยังสามารถใช้งานได้ แต่เข้า Folder "Disk" ไม่ได้ครับ -
อันนี้จะไปขอกล่าวอีกทีในเรื่องของ Document นะครับ)
ส่วน Mode นี้เป็นของหูฟัง Earphone Options หมวดล่างคือ เอาใว้เช็คว่า
ถ้าหูฟังเก่ามากใกล้พัง รึเปล่า หรือโบราณเกินไป เช็คว่าทำงานได้ปรกติหรือไม่
(น่าจะมีประโยชน์ตอนเทสหูฟัง)
ส่วนนี้จะเป็นหัวข้อ Usage ครับ ละเอียดดีเหมือนกัน ซึ่งสามารถบอก Up-time ด้วย
เนื้อที่ 8GB ในเครื่อง เหลือใช้จริง 7.65GB ครับ
หัวข้อ ภาษา มีให้เลือกแค่ English กับ จีนตัวย่อ ครับ
ส่วนหัวข้อ Data Backup นั้นเราจะไม่สามารถเลือก Backup
ได้นะครับ แต่เลือก Restore ได้ คือ Backup ทีเดียวครับ แต่รูปข้างล่างนี่
คือตอนที่เราเลือก Restore สามารถเลือกอันไหนไม่เอาได้
อันนี้ระวังนิดนึง contact เราต้องไป backup แยกใน contact list ก่อนนะครับ
มาปิดท้ายใน Setting ด้วย System Reset ครับซึ่งจะมีให้เลือกอยู่ 3 อย่างคือReset Network SettingReset Factory Setting - อันนี้ผมลองแล้ว ตอนแรกคิดว่าคือ Hard Reset แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่ใช่นะครับ (แต่ก็ยัง งงๆ อยู่ แล้วก็ไม่อยากลองบ่อยด้วย) มันคือ soft reset แหละครับ แต่กลับค่าบางส่วนเป็น default setting hard reset ที่ตัวเครื่องครับFormat Disk - อันนี้จะลบข้อมูลใน Folder Disk ออกทั้งหมดครับ ที่เราเก็บๆ ไว้ หายครับ ระวังอย่าเผลอไปโดนนะครับ เพราะไม่มีให้กด "1234"
คราวนี้กลับมาที่เรื่องของ Documents (icon บน desktop นะครับ)
หรือจริงๆ ก็คือ File Explorer ใน PPC นี้เองหล่ะครับ ซึ่งโครงสร้างก็จะคล้ายๆ
กับ WM แต่จะมี Folder "Disk" ซึ่งถือเป็น Folder พิเศษ (ประมาณ Storage ใน WM ครับ)
ซึ่ง Folder นี้เวลา Up Firmware จะไม่ถูกลบทิ้งนะครับ
(ดังนั้นเวลาจะ Up Firmware ก็ copy มาทิ้งไว้ที่นี่ครับ แล้วปิดเครื่อง หลังจากนั้นกดปุ่ม
Play ค้างไว้แล้วกด Power ครับ เครื่องจะ Update Firmware เองครับ)
ข้อมูลใร Folder Disk เราจะสามารถใส่เองได้ครับ ซึ่งเวลา Install Program
ต่างๆ ก็จะมาเก็บไว้ที่นี่เหมือนกัน ส่วนเวลาจะ Copy&Move ก็ง่ายนะครับ แค่เลือก
Select แล้วจะมีให้ Send แล้วเลือกว่าจะ Send B/T, Send Email, Copy to, Move To
ครับย้ายไฟล์ง่ายสะดวกมาก
และแล้ว ผมก็ขอตัดจบภาค 3 (Software) ไปก่อนนะครับ ไว้ค่อยมาต่อเรื่อง
Multimedia กันใน ภาค 4 นะครับ (Musics / Vedio / Photos / Camera ฯลฯ)
ปล. ผมไม่มี Ext. GPS นะครับ ใครอยากให้ทดสอบต้องส่งมาให้นะครับ
ปล2. มาเพิ่มข้อเสียครับ M8 ตัวนี้ไม่มีไฟสถานะอะไรเลยครับ ซึ่งเหนือช่องหูโทรศัพทจะมี
Ambient Light Sensor อยู่ต้องสังเกตุครับ มองยากมากๆ ซึ่งการที่ไม่มีไฟสถานะนี้
ทำให้ไม่รู้เลยว่า เปิด/ปิด สัญญาณโทรศัพท์, WLAN หรือ B/T เนี่ยจะไม่รู้เลยครับ (ต้องมาดูหน้าจออย่างเดียวครับ) Software+Multimedia)คราวนี้เรากลับมากันที่หน้า Desktop
กันใหม่นะครับ มาที่หัวข้อ Music กันเลยเมื่อกดเข้ามาจะเป็น
Tab แรกครับคือ List ซึ่งแสดงรายการเพลงที่เราตั้งค่าไว้ ซึ่งเมื่อกด Default
เข้าไปก็จะแสดงรายชื่อเพลงปัจจุบันครับ
ในภาพนี้จะเห็นว่าเครื่องไม่รู้จักภาษาไทยครับ ซึ่งคงจะต้องไปหาลง
หรือแก้ไข Font ใน Registry นะครับ (ก็จะได้ตามภาพขวา ต้องขอบคุณคุณ Doggold สำหรับ Font ไทยนะครับ)
ส่วน Tab ที่ 2 จะเป็นการเลือกเปิด Folder เพลงครับ เมื่อกด Music Folder
ก็จะไปหน้า Explorer ครับ ซึ่งหากไปเปิดเอา Folder ที่ไม่มีเพลงก็จะเจอหน้านี้ครับ (ขวาสุด)
แต่ถ้ากดปุ่ม Refresh เครื่องก็จะถามแบบนี้ครับ เพื่อให้ค้นหา
(สังเกตว่าชื่อเพลงไทยจะแสดงเป็นตัวสี่เหลี่ยมนะครับ เพราะ Based Rom ไม่รองรับภาษาไทย)
ส่วน Tab ที่ 3 จะเป็นการเลือกเพลงตาม ID3Tag ครับ (ภาพขวา: หลังจากลงภาษาไทย)
ส่วน Tab สุดท้ายจะเป็น Play Mode ครับ ซึ่งจะแสดงออกได้ 4 หน้าครับอันนี้จะแสดง
Album Cover ครับ ถ้าไม่มีปกก็จะแสดงรูปแผ่นเสียงครับ
ส่วนหน้านี้จะเป็น Visualization ครับ (นึกคำตั้งนาน ดีได้คุณ ake มาช่วยตอบ)
แต่โปรแกรมจับหน้าจอจะจับไม่ได้ก็มืดๆ ไป
ส่วนถ้ามี Lyric รองรับเครื่องก็จะแสดงทันทีครับ
ส่วนเวลาเล่นเพลงอยู่ แล้วกดปุ่ม Tab Play อีกครั้ง ก็จะแสดง Setting Mode
แล้วสามารถเข้าไปปรับแต่ง Equalizer ได้ครับ
ส่วนเมื่อเวลาเวลาเล่นเพลง แล้วกดปิดเครื่อง หรือปล่อยให้มันเข้า Power Save mode
แล้วกดเปิดเครื่องขึ้นมา (จากปุ่ม Power หรือปุ่ม M)
ก็จะแสดงหน้านี้ครับ หากกดปุ่ม M อีกครั้งจะแสดง Music Mode ซึ่งเราสามารถเลือกได้โดยการลาก Icon ครับ
ไม่ก็กดปุ่ม M ไป 2 ครั้ง จะเป็นการกดเปลี่ยนเพลงครับ กดค้างจะปิด-เปิด
เรื่อง cover ให้ใส่รูปที่มีชื่อตรงกับนักร้องหรืออัลบัม ลงไฟในแฟ้ม Cover
ครับ format jpeg ดีที่สุด เมื่อปลดล๊อคหน้าจอแล้วเราจะเห็นปุ่ม Play อยู่ที่มุมล่างขวาครับ
เราก็สามารถเลือกกดตรงนั้นได้เหมือนกัน
ส่วนเรื่องคุณภาพเสียง ผมว่าจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆ นะครับ ผมขออ้างอิงคุณ Doggold นะครับdoggold เขียน:
เรื่องเสียงคร่าวๆ
เสียงคล้ายๆ iphone แต่เหนือกว่า ตรงปรับ EQ ได้
แต่ด้วยชิพ Wolfson การปรับ EQ จะไม่ค่อยดี ปรับแล้วแตกๆ เหมือน ipod ห้ามปรับ EQ อิอิ
เท่าที่ลองถ้าจะปรับ ต้องปรับเชิงลบ ห้ามบวก เพราะจะทำให้เสียงแตกมีน้อยส์
ปรับเบสบู๊สส์ ก็ปรับได้ ช่วยเพิ่มเสียงเบสได้ แต่เพิ่มเยอะๆ มันเละบวม
ปรับ Treble ได้ ทำให้ใสขึ้นมาจนแสบแก้วหูได้ครับ
ถ้าเทียบกับ M6SP แพ้แค่เรื่องเบสที่ M6SP ทำเบสเหมือนติดซับวูฟเฟอร์
แต่M8 มีแค่ mid-bass
ส่วนการรองรับไฟล์เพลง ก็รองรับได้หลากหลาย Format นะครับ
(ไม่ต้องแปลง แค่ Copy ผ่านได้เลยครับ)
Frequency response: 20Hz ~ 20,000Hz
Audio format support:
AMR: AMR-NB
AAC: AAC-LC, AAC-HE
APE: Fast, Normal, High,
Extra High
FLAC, WMA Lossless: VBR
OGG: Quality 0~10
MP3(VBR): 8~320Kbps
WAV: PCM, MS-ADPCM
WMA: 8~355Kbps
Users can customize the maximum volume limit
คราวนี้เรามาดูในส่วนของ Photo กันบ้างนะครับ เมื่อกดเข้าไปก็จะเป็น
Folder Preview แล้วเมื่อกดเข้าไปก็จะเป็น Mode Preview ครับ
ส่วนอันนี้จะเป็น Setting ในหมวดของ Photo ซึ่งเราจะสามารถเปิด
Ambient Light Sensor ได้ครับ ช่วยประหยัดไฟได้ในระดับนึงครับ
เมื่อเรากดเลือกรูปเข้าไปแล้ว เราจะสามารถใช้งาน Multitouch
ได้ครับ เช่นใช้ 2 นิ้วลากขยายซูมเข้า-ออก หรือแม้แต่ใช้ G-Sensor
เวลาหมุนเครื่องแล้วภาพก็จะหมุนตามครับ
ซึ่งตัว Photo browser นั้นรองรับขนาดภาพได้สูงสุดที่ 2592x2048 นะครับ
ถัดมาจะเป็น Video Mode ครับ ก็จะมี Preview เช่นกันครับ
เมื่อกดปุ่ม Refresh ก็จะให้เลือกว่าจะค้นหาแบบละเอียด
หรือแบบคร่าวๆ ได้ ส่วนตัว Setting ก็จะมีการปรับเสียง, แสง และเลือกฟังผ่าน
Bluetooth Headset ได้เช่นกันครับ (แต่ไม่เห็นมีให้ปรับ Equalizer แฮะ)
ส่วนข้อดีของมันคือ รองรับ VDO ได้หลากหลาย Format นะครับ
Support AVI、MP4、3GP、MOV、ASF、WMV、MPEG、
MKV、FLV formats;* H.264 Baseline Profile : * 2.5Mbps, * 720×480,30fps;
* MPEG-4 Simple Profile : * 2Mbps, * 720×480,30fps;
* WMV 3 : * 3.2Mbps, * 720×480,30fps;
o H.263 : o 1.5Mbps, o 720×480,30fps;
o DIVX : o 5Mbps, o 720×480,30fps;
o XVID : o 4Mbps, o 720×480,30fps;
o DX50 : o 6Mbps, o 720×480,30fps;
o MPEG-1 : o 1.5 Mbps, o 720×480,30fps;
o FLV : o 500kbps, o 720×480,30fps ต่อมาใน Camera Mode เราสามารถปรับแต่ง
Setting ได้ไม่เยอะเท่าใดนักนะครับ ซึ่งจะมีการปรับ Mode Camera
ที่ให้ปรับความละเอียดที่ 3 ล้าน, 2 ล้าน, XVGA(1024*768) และ VGA(640*480)
ส่วน Video ที่ VGA(640*480) และQVGA(320*240) เท่านั้นครับ
(ลูกเล่นกล้องคงต้องรอ Firmware รุ่นถัดไปครับ)
ใครอยากจะดูคุณภาพของภาพก็สามารถกดขยายเข้าไปดูได้นะครับ (ถ่ายที่ 3MP ครับ)
ส่วน Video จะเป็นการอัดในรูปของ MP4 ครับ (ไม่แน่ใจว่า 15 หรือว่า 30 FPS)
ส่วนคุณภาพก็ลองโหลดชมดูได้ครับ
คราวนี้เรามาต่อกันที่หน้า 2 ของ Desktop กันเลยครับ
ซึ่งก็จะมี Calculator, Clock แล้วก็ Notepaper (จะขอไปเร็วนิดนะครับ)
หน้าตาของ Calculator ก็จะเป็นแบบนี้ครับเต็มจอ (ตามภาพ) ส่วนของ Clock
เมื่อเข้ามาก็จะเจอหน้าหลักก่อนครับ ซึ่งเมื่อเรากดตัวฟันเฟืองก็จะเข้า Setting
ครับ เราจะสามารถกด Add เมืองแล้วก็ประเทศได้ครับ
ซึ่งรายชื่อเมืองต่างๆ จะยังมีไม่เยอะครับ แล้วสร้างเพิ่มยังไม่ได้
(แต่สามารถเข้าไปแก้ไขใน Register ได้ครับ)
ซึ่ง 9.0.3.2 มี bangkok แล้วครับ
ส่วน Tab อื่นๆ ก็จะเป็น Alarm, Timer แล้วก็ Stopwatch ตามลำดับครับ
ส่วนของ Notepaper นั้น เมื่อเปิดมาก็จะเจอหน้าเหลืองๆ อย่างนี้หล่ะครับ
ซึ่งเราก็สร้างตามปกติครับ (ซึ่งอันนี้จะเป็น Keyboard ZTA4 ที่ติดมากับเครื่อง)
ส่วนอันนี้จะเป็น Keyboard อันใหม่ครับที่ผมไปเจอคนจีนทำเพิ่มไว้ Function
การใช้งานดีมากครับ (แต่รองรับอังกฤษกับจีนนะครับ ไม่มีภาษาไทย เช่นเคยครับ)
ส่วน Part สุดท้ายครับ เป็นส่วนโปรแกรมเสริมครับ (ต้องหาลงเอาเองนะครับ)
อันแรกเป็นโปรแกรม X-PDF ครับ
อันนี้เป็น Program Office ครับ ต้องหาโหลดเอาเองนะครับ
(ของ Soft Maker) ไม่มีแถมใน Rom นะครับ แล้วโปรแกรมส่วนใหญ่เป็น
โปรแกรมภาษาจีนนะครับ อีกทั้งหน้าจอโปรแกรมออกจะเล็กมากครับ
แถมไม่มี Hardware Key ด้วยทำให้การใช้งานลำบากมากๆ ครับ
(View อย่างเดียวน่าจะพอไหวครับ) โปรแกรม Word
โปรแกรม Excel
อันนี้โปรแกรม PowerPoint ปิดท้ายด้วย Task Manager ครับ
โดยการกดปุ่ม M ค้างไว้ครับ จะเรียกโปรแกรมขึ้นมาครับ
ส่วนปิดท้ายจริงๆ ด้วยโปรแกรม TweakBox ครับ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยน SIP ได้เลย
(ไม่ต้องไปเข้า Control Panel ภาษาจีนแล้วครับ แต่โปรแกรมก็เป็นภาษาจีนอยู่ดี
)
ปิดท้ายนะครับ หลังจากอ่านข้อดีแล้วไปเยอะแล้ว
ขอแจ้งข้อสังเกตนิดนึงเกี่ยวกับผู้ที่สนใจจะซื้อ M8 ตัวนี้นะครับ:1. ที่จีนเองยังนับตัว M8 ตัวนี้ว่า Test Version
(ขนาด Firmware ล่าสุดยังเป็น 0.9.1 อยู่) ซึ่งจะขายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น
หากเครื่องมีปัญหา ก็ต้องส่งกลับมาซ่อมที่ประเทศจีน
นะครับต้องยอมรับความเสี่ยงข้อนี้ได้นะครับ
(และคาดว่า Meizu Thailand คงไม่สามารถรับผิดชอบได้นะครับ)
ซึ่งคิดว่าคงไม่มีปัญหาขนาด iPhone หิ้วกันเข้ามาตรึม ยังขายดีขนาดนั้น
2. ตัว WinCE เป็น Chinese Version นะครับ และ
Software ต่างๆ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในวงแคบ ซึ่งผู้ทำโปรแกรมใหม่ๆ จะเป็นคนจีน
(ดูจากโปรแกรมต่างๆ ที่ผมรีวิวเข้าไป มักจะเป็นภาษาจีนนะครับ)
และ SDK ก็ยังเป็นภาษาจีนครับ
3. ด้วยเหตุผลในข้อ 1-2 ทำให้เครื่องยังไม่รองรับภาษาไทย
ทั้งการอ่าน และการเขียน (การอ่านไทยต้องเข้าไปแก้ไข ปรับเปลี่ยน Font
ให้เครื่องรู้จักภาษาไทยเองนะครับ ต้อง Credit คุณ Doggold ครับ)
และยังไม่สามารถพิมพ์ไทยได้นะครับ ปัจจุบัน(ถึงตอนนี้)ยังไม่มีใครทำสำเร็จครับ
อนาคตไม่แน่ครับ
4. ข่าวลือหนาหูว่า M8 รุ่นที่ 2 ที่จะขายในจีน (อาจจะเดือนหน้า)
จะตัด WiFi หรือแม้แต่ B/T ออก (ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน แต่จากข้อกฎหมายในจีน
เครื่องขายในจีนจะห้ามมี WiFi ครับ ซึ่ง M8 disable ไว้แต่สามารถ enable ได้ง่ายๆ)
ส่วนรุ่น WWE (ขอตั้งชื่อรุ่นเองนะครับ
) ที่จะเป็นรุ่นที่ขายในต่างประเทศ
จะมีครบทุกอย่างครับ แต่คาดว่า Q2-Q3 เป็นต้นไปจะเริ่มมีความชัดเจนขึ้น
(แน่ล่ะรุ่นแรกในจีนยังไม่แน่นอนเลย )
5. Battery ขนาด 1200 mAh สามารถใช้งานทั่วไปได้สบายๆ
แต่ถ้าดูหนัง หรือเล่นเกมส์แบตจะลดลงเร็วมากครับ
(มาจาก CPU ที่เร็วปรู๊ด+หน้าจอที่มีขนาดใหญ่มากครับ
หน้าจอเนียนละเอียด สว่าง สดใสมากครับ

)
แต่ข้อดีคือ สามารถเปลี่ยนแบตฯได้นะครับ
6. โปรแกรมต่างๆ ที่ใช้ใน PPC ยังไม่สามารถใช้งานได้ตรงๆ ครับ ต้องมีการปรับเปลี่ยนนิดหน่อย
ถึงจะใช้งานร่วมกันได้
7. เสียงเวลาคุยโทรศัพท์ ถือว่าชัดเจนดีครับ
(แต่รู้สึกเบาไปนิดนึง) แต่ถ้ากดเปิด Stereo Speaker ก็กระหึ่มแบบตกใจเลยครับ
