Meizu M8 Review ภาษาไทย

posted on 26 Feb 2009 10:30 by meizum8

Credit คุณ Beer edit some part by Meizum8.exteen.com

  Review: Meizu M8

หลังจากรอ Meizu M8 มา2 ปีได้

ในที่สุด MeiZu M8 ก็ได้ฤกษ์ออกมาเป็นตัวเป็นๆ แล้วนะครับ

 (ออกมาปลาย ธันวาคม 2008 เริ่มเข้าไทย ต้นปี 2009)

ซึ่งทั้งหมดยังเป็นรุ่น test unit (ในhardware ใช้ รหัส 1.000)

Specification Meizu M8

Length: 108mm
Width: 59mm
Thickness: 12mm
Weight: 118 grams with battery
CPU: 667 MHz
Memory: ROM 256MB
Built-in capacity: 8GB/16GB flash
Proximity /Gravity /Ambient light sensors and multi-touch application
3.4 inches wide angle LCD; 480*720 resolution, multi-touch screen
3.2 Mpixels CMOS camera with auto focus
GSM (900, 1800 MHz), GPRS , EDGE(ต้องลงโปรแกรมแงะนิดครับ)
Model: BA1200, 1200mAh, 3.7V, Lithium polymer battery

เป็นโทรศัพท์สีดำ ที่ขนาดบาง และดูแข็งแรงดีครับ

 

กล่องนั้นจะแถม ผ้าเช็ดหน้าจอมาด้วย

 

ของแถมมา

มีถ่านขนาด 1200 mAh แบบบาง

สาย Sync (usb 2.0),

หูฟัง EP20, ฟองน้ำหูฟัง

Power Adapter ขนาด 5V/1A port usb

ใส่เข้าเครื่องไปแล้วผาหลังจะแน่นมากลำบากมากครับ trick คือ ใช้ 4 นิ้วดันโดย

นิ้วโป้งจับให้มั่น กด 4 นิ้วลงไปนิดหน่อยจะออกง่ายกว่า

อันนี้ก็ CD Driver และรายชื่อร้านฯ กับใบรับประกันครับ โดย CD Driver ในนั้นให้มาแค่ User's Manual, Active Sync 4.5 แล้วก็ Driver อีกนิดครับ ซึ่ง แทบไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก driver เลยครับ  

ซึ่งเมื่อเสียบสาย Sync ที่ตัวเครื่องแล้ว Windows จะถามหาตัว Driver ให้ Search ที่ CD ได้เลยครับ หลังจากนั้นก็สามารถ Sync ได้ตามปกติเหมือนกัน PDA Phone ทั่วๆ ไป ซึ่งถ้าเป็น Vista ต้องไปใช้ window mobile center แทนซึ่งยุ่งยากมาก

คราวนี้มาดูขอแถมที่เหลือกันครับ (สายอาจจะเละไปนิด เพราะแกะออกมาลองครับ)

เปรียบขนาดกับ iPhone

จะเห็นได้ว่า หน้าจอเล็กกว่า แต่ตัวเครื่องก็เล็กกว่า บางกว่านิดเดียวครับ

 

เปิดหน้าจอมาเทียบกันจะๆ จะเห็นได้ชัดว่า จอสวยกว่าด้วย resolution ที่สูงกว่า

ด้านหลังที่เห็นแผ่นๆ นั่นคือผมแปะแผ่นปิดหน้าจอแล้วนะครับ

 (เผอิญมันมีแถมแปะกันข้างหลังด้วย ละเอียดดีครับ) (เครื่องผมมันไม่มีแถมมาให้แฮะ)


 Hardware Feb 12 2009

 

Meizu M8 นี้ แรกเริ่มเลยคือจะปิดการทำงานของ WiFi, B/T แล้วก็ EDGE ครับ

(ต้องลงโปรแกรมเปิดครับ ง่ายมาก) และก็ไม่มี GPS นะครับ

แต่สามารถลงโปรแกรมเสริมใช้งานร่วมกับ B/T ได้ครับ

ด้านหน้าของเครื่องก็จะมีแค่หน้าจอ แล้วก็ปุ่ม M ครับ

(ซึ่งปุ่มนี้ออกจะสารพัดประโยชน์ครับ) เช่นกดเปิดเครื่อง(จากกรณี Standby),

กดค้างเพื่อเรียก Task Manager, หรือกดเพื่อปิดโปรแกรมครับ

(ขอไปกล่าวในภาค Software แล้วกันครับ) หลักๆก็คือเป็นปุ่ม home รับสาย วางสายครับ

 

เมื่อมองจากมุมข้างล่างเครื่อง จะพบแค่ช่อง USB แล้วก็ไมโครโฟนครับ

 

ด้านบนจะมีแค่ ปุ่ม Power แล้วก็ช่องใส่หูฟัง 3.5" นะครับ ตัวนี้ถ้าจะฟังเพลงต้อง

bluetooh stereo เท่านั้นครับ

 

ส่วนด้านช้างซ้ายของเครื่องจะมีปุ่มปรับเสียง ขึ้น-ลง แล้วก็รูข้างล่างปุ่มจะเป็น Speaker ครับ (ซึ่งจะเป็น stereo speaker ซ้าย-ขวาครับ เสียงถือว่าดีเลยครับ เวลาเปิดหนัง-เพลง กังวาลมีมิติ ดีมากครับ)

 

ด้านขวาของเครื่องจะมีปุ่มเดียวครับ คือปุ่ม Play ซึ่งสามารถกดเปิดเพลง หรือหยุดเพลง หรือกด 2 ครั้งเพื่อเลื่อนเพลงได้ครับ ส่วนรู้ข้างล่างก็ stereo speaker ครับ

 

คราวนี้มาดูกันด้านหลังชัดๆ ครับ

ด้านหลังก็จะมีแค่ กล้องขนาด 3.2 MP แล้วก็ตรา MEIZU ครับ (สติกเกอร์ที่แปะนี้เป็นชุดเดียวกับแผ่นแปะหน้าจอครับ ประมาณว่ามาทั้ง Set เลย หน้าจอ+ฝาแบต+หัวเครื่อง)

ส่วนคุณภาพกล้อง ก็ถือว่า OK ครับ แต่ไม่แน่ใจเมื่อเทียบคุณภาพกับ iPhone แล้วก็ Omnia ครับ (แต่คิดว่า Omnia คุณภาพน่าจะดีที่สุด)

 

เมื่อเปิดฝาแบตฯ ออกมาจะพบกับแบตฯ ก้อนโตครับ แต่บาง

เมื่อยกแบตฯออกมาจะพบช่องใส่ SIM ครับ

 (ไม่ Dual Sim ดูทีวีไม่ได้ เพราะไม่ใช่ มือถือจีนแดงห่วยๆครับ)

และก็ไม่มีช่องเพิ่ม MicroSD นะครับ

 

 

ดูกันชัดๆ อีกทีครับ

 

มาดูแบตฯ กันชัดๆ ครับ

ขนาดความจุ 3V 1200mAh เท่าที่ลองๆ

สามารถใช้ได้นาน และด้วยว่าสายชาจแบบ usb หาง่ายไปที่ไหนก็ชาร์จได้ครับ

Software

 

Meizu M8 ตัวนี้มีขนาดหน้าจอที่ 3.4" ครับ ความละเอียด 480*720 ครับ

หน้าจอสว่างสดใสดีครับ แต่การทำ review ครั้งนี้ผมย่อขนาดลงครึ่งนึงครับ

จะเหลือ 240*360 นะครับ มาดูที่หน้าจอกันก่อนเลยครับ เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาจะเห็นหน้าจอ

 Desktop ซึ่งจะมีทั้งหมด 2 หน้าครับ แถบข้างบน ตรงมุมซ้ายจะแสดงสัญญาณมือถือ

สัญญาณ E/G, WiFi และ B/T ครับ ส่วนตรงกลางจะเป็นนาฬิกา (ตั้งปลุกด้วยครับ)

แล้วก็ Battery ครับ

 

 มาที่กลางหน้าจะเป็น Desktop ซึ่งหน้า Desktop นี้จะสามารถใส่ได้ทั้งหมด

16 icons ครับ โดยสามารถเพิ่มได้สูงสุด 16 หน้าครับ

(หากันอ๊วกแน่ๆๆ ครับ ถ้าทำครบ 16 หน้า ) เมื่อกดปุ่ม Power

จะเข้าสู่ Standby Mode ซึ่งสามารถกดปุ่ม Power หรือปุ่ม M เพื่อเรียกหน้าจอกลับมาได้ครับ

ซึ่งหน้าตาจะเป็นประมาณนี้ และภาพหน้าจอเมื่อเสียบชาร์จ และ Sync กับ Outlook ตามลำดับ (ที่เห็นคล้ายๆ ดาวเล็กๆ จะเป็นการแสดงว่ามีการชาร์จไฟครับ)

   

ส่วนการปลดล๊อคหน้าจอ จะไม่เหมือน iPhone นะครับ แต่จะเป็นการลาก icon

ที่มีอยู่ไปยังโซนข้างบน ที่เขียนว่า "Drag to this region to unlock"

(เลือกเอาซักอันว่าจะปลดล๊อคแล้วเปิดหน้าไหนได้เลยครับ ซึ่งในภาพผมจะเลือกปลดล๊อคธรรมดา

 - ซึ่งการปลดล๊อคนี้จะรวมไปถึงทุกๆ โปรแกรมเลยครับ

เช่นตอนฟังเพลงแล้วกดปิดหน้าจอ หรือว่าสายเข้าแล้วกดรับสาย)

    

ส่วนแถบข้างล่างจะเป็นชื่อ Mobile Operator ครับ (ในที่นี่เป็น China Mobile)

มื่อกดตรงแถบนี้จะสามารถเข้าหน้าการใช้งานโทรศัพท์ครับ (จะเรืองแสงขึ้นมาครับ)

ส่วน เวอชั่นใหม่ ด้านซ้านจะเป็น task swich ด้านขวาจะเป็น พวกเพลงที่เล่นค้าง

 

มาดูหน้าของการโทรฯ ครับ ซึ่งจะมีทั้งหมด 4 ส่วน คือ History, Contact, Phone

 แล้วก็ Setting อันนี้จะเป็นหน้าของการโทรครับ สามารถกดเบอร์ได้เลย

 แต่เท่าที่ลองไม่มี Smart Dial นะครับ ซึ่งลำบากสำหรับคนที่ชอบใช้งาน

 function นี้นะครับ แถมยัง copy paste มาไม่ได้ด้วย และ กด #123#

เช็คยอดโทรของ true ไม่ได้

 

 

ส่วน Tab แรก จะเป็น History ครับ ดูตามภาพได้เลย

 ส่วนนี้ทำได้ดีมากเลยทีเดียว Tab ที่ 2 เป็น Contact ซึ่งจะสามารถใช้นิ้วลากได้เลยครับ

หรือจะกดหาจากข้างบนก็ได้ครับ

 

เราสามารถแตะเลือกเข้าไปเพื่อแก้ไขรายละเอียดใน contact

 ได้ครับ ซึ่งสามารถจัด Group แล้วใส่ ringtone ในแต่ละกลุ่มได้หรือแม้แต่ระบุ ringtone

 ในแต่ละรายชื่อได้เลยครับ (ตามภาพเลย)